Get Adobe Flash player

คำขวัญจริยธรรม


วัคซีนต้านทุจริต


ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้64
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้113
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้419
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว862
mod_vvisit_counterเดือนนี้1281
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3682
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด90899

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.141
,
Now is: 2019-12-11 12:41

วัดสีตลาราม ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก

 วัดสีตลาราม

 

 

         วัดสีตลาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๙ บ้านจีน ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๑ งาน ๔๔ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับถนนสาธารณะ ทิศใต้ติดต่อกับถนนเทศบาล ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนเทศบาล ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนเทศบาล โดยมีโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๔๗ เป็นหลักฐาน และมีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๗ แปลง เนื้อที่ ๕๕ ไร่ ๒ งาน ๑๐ ตารางวา ตั้งอยู่ท้องที่ตำบลระแหง ๓ แปลง เลขที่ ๕๕๑, ๕๕๒, ๖๔๘ และอยู่ท้องที่ป่ามะม่วง ๔ แปลง เลขที่ ๑๙๔๓, ๑๙๙๙, ๒๐๙๗

         พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบมีถนนล้อมรอบบริเวณวัด อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๑๔.๔๐ เมตร ยาว ๒๘.๙๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๑ วิหารกว้าง ๑๐.๘๐ เมตร ยาว ๒๑.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๖ ศาลาอเนกประสงค์กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๓๐ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๒๔ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑๑ หลัง ตึก ๒ ชั้น ๑ หลัง สำหรับปูชนียวัตถุ พระประธานในอุโบสถเนื้อโลหะ สร้าง พ.ศ. ๒๔๔๐ พระพุทธรูปอื่นอีก ๔ องค์ เจดีย์สร้าง พ.ศ. ๒๔๖๕

         วัดสีตลาราม สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๕ เดิมเรียกว่า “วัดน้ำหัก” สร้างโดย หลวงจิตรจำนง (บุญเย็น) หลวงบริรักษ์ประชากร (ทองอยู่) หลวงอุดรพันธ์พานิช (อากรเต็ง) และพระยาสุจริตรักษาผู้ว่าราชการ พร้อมด้วย พระพรหมเทพาจารย์ (เอี่ยม) เจ้าคณะใหญ่เมืองตาก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อพ.ศ. ๒๔๓๗ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดสีตลาราม” จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๖ ตรงกับวันที่ ๑๓ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๔ (พ.ศ. ๒๔๔๘) คำว่า สีตลา แปลว่าเย็น คงหมายถึงผู้สร้างวัดที่ชื่อ บุญเย็น เพื่อเป็นเกียรติอนุสรณ์ สำหรับพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๒๐ รูป สามเณร ๑๐ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๔๓๘ เป็นต้นมา